Repo Men
นักล่าเครื่องใน
Repo Men เป็นภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียวในปีนี้ของ จู๊ด ลอว์ แต่ก็เป็นหนังที่ยอดเยี่ยมระดับมาสเตอร์พีซอีกเรื่องของนักแสดงที่มักจะได้รับบทอันแสนคมคายเสมอๆ และถึงแม้ในภาพยนตร์ในเรื่องนี้ จู๊ด ลอว์ จะกลายเป็นตาลุงง่ามเทโพไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ทว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้มาดเฉียบๆของเขาดูลดน้อยลงไปกว่าที่เคยแต่อย่างใด นี่ไม่ใช่หนังรีเมคจากภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันเมื่อปี 1984 บทของ Repo Men ในปี 2010 ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับหนังเรื่องใดๆ นอกจากพื้นฐานซึ่งนำมาจากนิยายเรื่อง Repossession Mambo ของ Eric Garcia ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2009 เรื่องราวของ Repo Men ถูกเล่าในยุคอนาคตช่วงปี ค.ศ. 2025 พัฒนาการด้านเทคโนโลยีการแพทย์ซึ่งก้าวหน้าอย่างน่าอัศจรรย์
Edge of Darkness
ปลายทางแห่งความมืด คือแสงสว่างจากปากกระบอกปืน
เรื่องราวอันดำมืดแบบสุดขั้วในสังคม คงไม่มีเรื่องไหนที่จะน่าสนใจมากไปกว่าแง่มุมที่ฉาวโฉ่ซึ่งเกิดจากรัฐบาลอีกแล้ว ความไม่ชอบมาพากลและเงื่อนงำซึ่งเต็มไปด้วยเบื้องหลังแสนจะซับซ้อน ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อคือประชาชน เครื่องมือของนายทุนเศรษฐีและรัฐบาล แม้จะมิได้เป็นเรื่องจริง แต่ภาพยนตร์อย่าง Edge of Darkness ก็ตีแผ่สิ่งที่เสมือนจำลองมาจากความจริง ซึ่งมีอยู่จริงและปฏิเสธไม่ได้สำหรับรัฐบาลผู้ปกครองทุกแห่งหนบนโลกหล้า ลับลมคมในของแต่ละที่อาจจะมีน้อยบ้างมากบ้าง ก็ตามแต่ความฟอนเฟะของโครงสร้างในแต่ะประเทศ และแน่นอนว่าไม่มีรัฐบาลใดในโลกที่ไม่เคยทำเรื่องสารเลว แม้แต่ไอ้ห่วยแตกจอมปลอมอย่างโอบาม่าก็ตาม นี่ไม่ใช่อะไรที่จินตนาการคาดการณ์ขึ้นมาเอง มันเป็นเช่นนั้นอย่างที่มันเป็น หลักฐานก็คือ สภาพที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้นั่นอย่างไร
Predators
เร็วจนไร้ความหมาย
ปกติแล้วผมไม่ค่อยหลวมตัวดูหนังในโรงภาพยนตร์สำหรับภาพยนตร์แนวนี้บ่อยนัก แต่ด้วยชื่อของ โรเบิร์ต รอดริเกซ คืออะไรที่เชิญชวนและคิดว่าน่าจะมีอะไรที่แปลกใหม่ให้ลิ้มลองกับหนังอย่าง Predator ซึ่งออกมาแล้วหลายต่อหลายภาค และถึงแม้จะบอกว่าผมไม่ได้เป็นแฟนหนังภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่พอคิดๆดูแล้วผมก็ได้ดูมาครบทุกภาคอยู่เหมือนกัน ใน 6 – 7 ภาคของ Predator มี 2 ภาคที่ผมหลวมตัวเข้าไปดูในโรงภาพยนตร์ คือ Alien vs. Predator : Requiem และก็ล่าสุดคือ Predators ที่กำลังฉายกันอยู่ขณะนี้ สำหรับผมหนังตระกูล Predator ไม่ได้เป็นภาพยนตร์ที่เลวร้ายอะไรนัก ดูเพลินๆก็ให้อารมณ์บันเทิง สนุกสนานได้พอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับประทับใจหรือตราตรึง ด้วยเนื้อเรื่องซึ่งส่วนใหญ่มักจะเน้นในด้านการเอาชีวิตรอดของตัวละครจากการไล่ล่าของอสุรกายต่างดาวที่ชื่อ Predator โครงเรื่องไม่มีอะไรที่สลับซับซ้อนสักเท่าไหร่ และฉากเอฟเฟ็กต์ส่วนใหญ่ก็งั้นๆ เรียกว่าเป็นหนังที่ขายคาแรคเตอร์ของตัว Predator ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนจำนวนมากก็ไม่ผิด
The Red Violin
ชะตากรรมข้ามศตวรรษ
ในปี 1999 มีภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลสาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยม 3 เรื่อง จาก 3 เวที แต่ละเรื่องล้วนเป็นหนังที่ถึงตอนนี้หลายคนต่างรู้จักกันดี บนเวที Golden Globe หนังที่ได้รางวัลนี้ไปคือ The Legend of 1900 ขณะที่ BAFTA Award คือภาพยนตร์เรื่อง American Beauty แต่แน่นอนว่าดนตรีจากภาพยนตร์ซึ่งเป็นที่จดจำได้มากที่สุดมาจากหนังเรื่อง The Red Violin โดยชนะรางวัลนี้จาก Academy Award ด้วยท่วงทำนองของดนตรีที่ให้อารมณ์ชวนตื่นเต้นหลงใหล ลีลาที่รุกเร้าของเครื่องดนตรีอย่างไวโอลิน มนต์ขลังของดนตรีคลาสสิกโดยฝีมือนักประพันธ์ฝีมือฉกาจเจ้าของรางวัล BAFTA Anthony Asquith Award ในปี 1986 จากภาพยนตร์ที่ Al Pachino แสดงนำเรื่อง Revolution และล่าสุดรางวัลจาก Grammy Award เมื่อปี 2009 จากอัลบั้ม Mr. Tambourine Man: Seven Poems of Bob Dylan
The A-Team
ถ้าจะมีหนังเรื่องไหนในช่วงนี้ที่สมองของคนดูไม่ต้องแบกรับความหนักอึ้งกับเนื้อเรื่องที่ซับซ้อน อาศัยแต่เพียงอารมณ์ที่ปลดปล่อยไปกับความตื่นเต้นและถล่มทลายอันปรากฏขึ้นบนจอภาพยนตร์ นั่นก็ต้องเป็นหนังเรื่องนี้ The A-Team
The A-Team คือหนังแอ็คชั่นที่สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้กับคนดูในการได้เห็นฉากอันตื่นตาตื่นใจจากเหล่าบรรดาตัวเอกที่เข้าถล่มกลุ่มวายร้ายได้อย่างราบรื่น อุปสรรคที่เกิดขึ้นทุกอย่างแทบจะเป็นสิ่งที่ไร้อุปสรรคโดยสิ้นเชิงเพราะความแข็งแกร่งอย่างไร้เทียมทานของกลุ่มที่มีชื่อว่า A-Team ดังนั้นความสนุกของภาพยนตร์เรื่องนี้จึงอาจจะไม่ใช่เรื่องราวการต่อสู้ที่ต้องคอยลุ้นหรือเอาใจช่วยให้ตัวเอกทั้งหลายเอาชนะอุปสรรคไปได้ดังเช่นภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ซึ่งสุดท้ายบทสรุปตัวเอกก็ชนะวันยังค่ำ หากแต่ภาพยนตร์เรื่องนี้คือการตอบสนองอารม์คนดูให้บังเกิดความสะใจต่อความระห่ำและบ้าคลั่งของหน่วยรบพิเศษกลุ่มนี้





