Home Art and Culture ไปดูหนัง Predators
ThaiTime_ADThaiTime_ADThaiTime_AD
Monday, 19 July 2010 15:01



Predators

เร็วจนไร้ความหมาย

ปกติแล้วผมไม่ค่อยหลวมตัวดูหนังในโรงภาพยนตร์สำหรับภาพยนตร์แนวนี้บ่อยนัก แต่ด้วยชื่อของ โรเบิร์ต รอดริเกซ คืออะไรที่เชิญชวนและคิดว่าน่าจะมีอะไรที่แปลกใหม่ให้ลิ้มลองกับหนังอย่าง Predator ซึ่งออกมาแล้วหลายต่อหลายภาค และถึงแม้จะบอกว่าผมไม่ได้เป็นแฟนหนังภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่พอคิดๆดูแล้วผมก็ได้ดูมาครบทุกภาคอยู่เหมือนกัน

ใน 6 – 7 ภาคของ Predator มี 2 ภาคที่ผมหลวมตัวเข้าไปดูในโรงภาพยนตร์ คือ Alien vs. Predator : Requiem และก็ล่าสุดคือ Predators ที่กำลังฉายกันอยู่ขณะนี้ สำหรับผมหนังตระกูล Predator ไม่ได้เป็นภาพยนตร์ที่เลวร้ายอะไรนัก ดูเพลินๆก็ให้อารมณ์บันเทิง สนุกสนานได้พอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับประทับใจหรือตราตรึง ด้วยเนื้อเรื่องซึ่งส่วนใหญ่มักจะเน้นในด้านการเอาชีวิตรอดของตัวละครจากการไล่ล่าของอสุรกายต่างดาวที่ชื่อ Predator โครงเรื่องไม่มีอะไรที่สลับซับซ้อนสักเท่าไหร่ และฉากเอฟเฟ็กต์ส่วนใหญ่ก็งั้นๆ เรียกว่าเป็นหนังที่ขายคาแรคเตอร์ของตัว Predator ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนจำนวนมากก็ไม่ผิด
ทันทีที่เห็นชื่อ โรเบิร์ต รอดริเกซ ซึ่งมีส่วนในหนัง Predator ภาคนี้ในฐานะโปรดิวเซอร์ ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้เป็นคนนั่งกำกับเอง แต่อย่างน้อยๆหนังก็คงจะมีกลิ่นอายตามแบบฉบับของรอดริเกซอยู่บ้าง ยิ่งเมื่อได้เห็นตัวละครคร่าวๆซึ่งมีบุคลิกที่โดดเด่นในแต่ละคน ก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ชวนให้คิดว่าหนังเรื่องนี้จะต้องมีดีกว่าแค่การไล่ล่ามนุษย์ของ Predator อย่างแน่นอน และเมื่อไตเติลของภาพยนตร์ปรากฏขึ้น ชื่อของสตูดิโอ Trouble Maker ที่เคยสร้างสรรค์ผลงานเท่ๆมาแล้วมากมายย่อมจะทำให้ใครที่ชื่นชอบงานของรอดริเกซย่อมต้องเกิดความคาดหวังต่อภาพยนตร์อย่างเลี่ยงไม่ได้

เมื่อหนังดำเนินไปได้สักระยะก็เริ่มเห็นสัญญาณซึ่งเป็นวี่แววบ่งบอกถึงความน่าผิดหวังออกมาทีละน้อยๆ เริ่มจาก แดนนี่ เทรโจ นักแสดงซึ่งผ่านบทบาทในฐานะนักแสดงสมทบในหนังของรอดริเกซมาโชกโชน ผมเชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่รักในคาแร็คเตอร์ของเทรโจ ยิ่งโดยเฉพาะในหนังตัวอย่างปลอมๆของ Grindhouse เรื่อง Machete ที่คนดูจำนวนมากคงหวังอยากเห็นบทบาทของเขาที่โดดเด่นในฐานะของนักแสดงนำกันบ้าง และใน Predators ซึ่งเทรโจร่วมเล่นด้วย โดยถึงแม้จะเป็นเพียงบทตัวประกอบอดทน แต่ดูเหมือนจะทำให้บางคนเช่นผมต้องหัวใจสลาย เพราะตัวละคร ลอส เซตัส พ่อค้ายาเสพติดซึ่งรับบทโดยเทรโจนั้นไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการปรากฏขึ้นมาอย่างเกือบๆจะไร้ความหมาย บทของเทรโจในหนังเรื่องนี้ปิดฉากลงอย่างรวดเร็ว และเรียกว่าเป็นการปิดฉากเป็นคนแรกๆของกลุ่มเลยก็ว่าได้

คาแร็คเตอร์ของเทรโจมีอะไรที่นำไปใช้ได้เยอะในภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอารมณ์ที่คาดไม่ถึง เป็นตัวร้ายที่คนดูจะคาดหวังว่าเขาเป็นคนซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่ง และเป็นส่วนสำคัญของกลุ่มในการต่อสู้กับอสุรกาย Predator และสิ่งที่ออกมาจะต้องสนุกแน่ๆ แต่ภาพยนตร์กลับมองข้ามไป ซึ่งก็ถือเป็นความคาดไม่ถึงอยู่เหมือนกันที่บทของเทรโจสั้นเกินไป แต่ก็เป็นความคาดไม่ถึงแบบที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เช่นเดียวกับบทบาทของตัวละครอื่นๆ ซึ่งก็จบลงแบบง่ายๆไม่น้อยหน้ากัน

ตัวละครในภาพยนตร์เรื่อง Predators ภาคนี้ล้วนมีบุคลิกของแต่ละคนที่ชัดเจน แต่ละคนมาจากที่ซึ่งแตกต่างและฐานะในสังคมปกติก็ไม่มีความที่ไปด้วยกันได้โดยสิ้นเชิง บางคนเป็นทหารในกองทัพ บางคนเป็นทหารรับจ้าง บางคนเป็นยากูซ่า บ้างเป็นพ่อค้ายา และบ้างก็เป็นนักโทษโรคจิต สิ่งเหล่านี้ค่อนข้างน่าประทับใจเมื่อมองว่าแต่ละคนจะมีรูปแบบในการเผชิญกับสภาวะที่แปลกประหลาดกันอย่างไร เมื่อทั้งหมดต้องร่วมมือเพื่อต่อสู้กับนักล่าอย่าง Predator ความเป็นตัวตนของแต่ละคนจะปรากฏชัดขึ้นและสุดท้ายก็คงจะได้เห็นทักษะเฉพาะตัวของคนเหล่านั้นในการต่อกรกับสัตว์ประหลาดที่เหนือกว่ามนุษย์อย่างพวกเขา ทว่าทุกอย่างในหนังเรื่องนี้กลับดูง่ายเกินไป เรื่องราวของภาพยนตร์เริ่มต้นและดำเนินได้อย่างรวดเร็ว กระชับ แต่ก็เร็วเกินไปจนบุคลิกของตัวละครต่างๆดูไร้ความหมายไปอย่างน่าเสียดาย ราวกับบทบาทของตัวละครเหล่านั้นเป็นแค่ส่วนที่มีเพื่อให้เติมเต็มในเนื้อหาอย่างส่งเดช

ในที่สุดผมก็พบว่าตนเองกำลังดูหนังที่ไม่ค่อยสนุกสักเท่าไหร่เข้าเสียแล้ว ในแง่มุมของคนที่คาดหวัง นี่เป็นหนังที่ไม่ได้มีกลิ่นอายของโรเบิร์ต รอดริเกซอะไรแม้แต่น้อย และในมุมมองของคนที่ไม่ได้คาดหวังอะไรสักเท่าไหร่ นี่ก็ยังไม่ได้เป็นหนังที่สนุกตื่นเต้นอะไรสักเท่าไหร่อยู่ดีเมื่อพิจารณาในด้านการดำเนินเรื่อง หรือฉากแอ็คชั่น และบทสรุปของหนัง

Predators ในฉบับปี 2010 ก็ยังคงเป็นความสนุกที่แค่ดูได้เพลินๆเช่นเดียวกับภาคที่ผ่านๆมา ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นหนังที่สุดยอดหรือยอดเยี่ยมอะไร และถ้าจะว่ากันไปแล้ว ตอนที่ได้ดู Alien vs. Predator : Requiem นั่นยังเป็นอะไรที่สนุกกว่านี้อีก Predators ภาคนี้ไม่ต่างอะไรจากการกลับไปย่ำซ้ำรอยเดิม Predator ในภาคแรกสุดที่ อาโนลด์ ชวาซเน็กเกอร์ เล่น สิ่งที่ต่างกันมีเพียงเทคโนโลยีด้านเอ็ฟเฟ็กต์ที่พัฒนาขึ้น นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรที่เป็นของใหม่ ถ้าเปรียบเทียบกัน Predator ภาคแรกนั้นยังทำออกมาได้ดีกว่ามาก อย่างน้อยการเอาโคลนทาตัวเพื่อหลบการมองเห็นของ Predator ก็ยังเป็นสิ่งที่ใครๆต่างก็จดจำกันได้ แม้แต่ตัวละครในภาคใหมนี้ก็เช่นกัน

สิ่งที่ได้จาก Predators เรื่องนี้ นอกจากความสนุกตื่นเต้นเพียงเล็กน้อย ก็มีแค่เกร็ดเกี่ยวกับตัว Predator ที่ทำให้คนดูได้รู้จักกับเผ่าพันธุ์อสุรกายกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น การที่ได้รู้ว่า Predator นั้นไม่ได้มีเพียงแค่พวกเดียว หากแต่มีการแบ่งออกเป็นสองพันธุ์ที่แตกต่างออกจากกันเล็กน้อย

โชคดีที่หนังอย่าง Predator มีความยืดหยุ่นสูง การสริมเติมแต่งเรื่องราวของหนังเรื่องนี้ยังทำได้อีกไกลอย่างไร้ขอบเขต ดังนั้นเมื่อนี่ยังไม่ใช่ทางตัน ในภายภาคหน้าก็มีความเป็นไปได้ที่ Predator อาจจะถูกสร้างออกมาอย่างยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบสักครั้งหนึ่ง.