Wednesday, 28 July 2010 02:23
Repo Men
นักล่าเครื่องใน
Repo Men เป็นภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียวในปีนี้ของ จู๊ด ลอว์ แต่ก็เป็นหนังที่ยอดเยี่ยมระดับมาสเตอร์พีซอีกเรื่องของนักแสดงที่มักจะได้รับบทอันแสนคมคายเสมอๆ และถึงแม้ในภาพยนตร์ในเรื่องนี้ จู๊ด ลอว์ จะกลายเป็นตาลุงง่ามเทโพไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ทว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้มาดเฉียบๆของเขาดูลดน้อยลงไปกว่าที่เคยแต่อย่างใด นี่ไม่ใช่หนังรีเมคจากภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันเมื่อปี 1984 บทของ Repo Men ในปี 2010 ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับหนังเรื่องใดๆ นอกจากพื้นฐานซึ่งนำมาจากนิยายเรื่อง Repossession Mambo ของ Eric Garcia ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2009 เรื่องราวของ Repo Men ถูกเล่าในยุคอนาคตช่วงปี ค.ศ. 2025 พัฒนาการด้านเทคโนโลยีการแพทย์ซึ่งก้าวหน้าอย่างน่าอัศจรรย์
มนุษย์สามารถรอดพ้นจากความตายซึ่งเกิดจากโรคร้ายหรือความผิดปกติจากอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย แทบทุกส่วนของมนุษย์ล้วนมีอะไหล่หรืออวัยวะเทียมรองรับและเปลี่ยนใหม่ได้อย่างง่ายดาย ไม่จำเป็นที่จะต้องระวังมะเร็งปอดจากการสูบบุหรี่อีกต่อไป ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียสายตาจากการอ่านหนังสือในที่แสงสว่างน้อย และแทบลืมไปได้เลยกับคำเตือนซึ่งเป็นเสมือนเทพนิยายอย่าง ‘ดื่มเหล้ามากจะเป็นโรคตับแข็ง’ ความตายจากการสูญเสียอวัยวะเป็นเพียงแค่ตำนานในอดีต หรือแม้แต่อวัยวะที่ต้องการอัพเกรดให้ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิเช่นหูเทียมที่สามารถได้ยินเสียงได้ชัดเจนกว่ามนุษย์ปกติ ตาเทียมที่ปรับการมองได้อย่างเหลือเชื่อเกินกว่าที่ตามนุษย์จริงๆจะสามารถทำได้ ไม่มีใครที่ต้องตายเพราะเรื่องเหล่านั้นอีกแล้วตราบใดที่มีเงินจ่าย และต่อให้ใครที่ไม่มีเงินมากพอ เอกสารการผ่อนชำระให้กับค่าอวัยวะเทียมก็พร้อมที่ถูกหยิบยื่นให้กรอกอย่างง่ายๆ
ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่ฟังดูดี แต่ทว่าบางครั้งการตายก็ดีกว่าอยู่ โดยเฉพาะการอยู่อย่างหวาดระแวงต่อภัยที่สามารถคุกคามมาถึงตัวอย่างเลี่ยงไม่พ้น แม้ว่าการช่วยยืดอายุจากการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะเทียมจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนใกล้ตายจำนวนมากรอดชีวิตไว้ได้ แต่โรคร้ายอีกชนิดที่จะคอยตามคร่าชีวิตนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจหนีพ้น นั่นคือ ‘หนี้สิน’ หนี้ที่ต้องชำระหรือไม่ก็ตาย แน่นอนว่าคนเป็นส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถจ่ายเงินให้กับค่าอวัยวะเทียม แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ การเปลี่ยนอวัยวะใหม่หมายถึงหนี้อันมหาศาล ราคาของอวัยวะแต่ละชิ้นมีราคาที่แพงเกินกว่าคนทั่วไปจะสามารถแบกรับและจ่ายไหว แต่เพื่อการมีชีวิตต่อไปอย่างปกติ คนเหล่านั้นจำต้องจ่ายให้กับเทคโนโลยีที่ได้มา
ทุกอย่างจะยังคงเป็นไปอย่างเรียบร้อยจนกว่าเงินที่เป็นหนี้ไม่ได้ถูกชดใช้ตามกำหนด ผู้คนซึ่งทำการเปลี่ยนอวัยวะเทียมที่ไม่ชดใช้ จะต้องถูกตามล่าโดยกลุ่มคนที่มีชื่อเรียกว่า Repo Men เพื่อนำอวัยวะที่ได้มาคืนไป ซึ่งนั่นหมายถึงความตายที่ช่วยไม่ได้
‘เรมี่’ เจ้าหน้าที่ระดับสูงแห่งองค์กรที่เรียกว่าสหพันธ์ องค์กรซึ่งในภาพยนตร์นำเสนอออกมาเหมือนกับเป็นประเทศจำลองแห่งหนึ่ง พวกเขามีกฎเกณฑ์ของพวกเขาเอง และสามารถจัดการกับผู้คนที่ไม่ชดใช้หนี้ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ผิดกฎหมาย ถ้าหากเข้าใจไม่ผิด สหพันธ์นั้นอาจจะเป็นทั้งรัฐบาลและองค์กรที่ทำหน้าที่ในการผลิตอวัยวะเทียมที่สมบูรณ์แบบเพื่อหยิบยื่นให้แก่ผู้คนที่ต้องการ. . .ถึงไม่ใช่ก็คงจะใกล้เคียง สำหรับหน้าที่ของเรมี่คือการคอยติดตามนำทรัพย์สินที่ผ่อนชำระเกินกำหนดคืนให้แก่สหพันธ์ ซึ่งนั่นคืออวัยวะเทียมนั่นเอง เรมี่คือหนึ่งในกลุ่มคนที่มีชื่อว่า Repo Men และเขาก็ไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอันใดกับหน้าที่การงานที่น่าสยดสยองนั้น บุคลิกของเขาดูเป็นคนใจเย็นจนเรียกได้ว่าเลือดเย็น ไม่มีการผ่อนปรนให้กับลูกหนี้ชั้นเลว เขาจะลงมือกับเหยื่อแต่ละคนเสมือนกำลังแปรงฟันในตอนเช้า มันเป็นเพียงแค่หน้าที่การงานของเขา นั่นคือส่วนหนึ่งของงาน ไม่มีอะไรที่ควรจะรู้สึกผิดกับเรื่องแบบนี้
Repo Men ราวกับเสียดสีสภาพความจริงของบรรดาผู้คนที่ทำงานซึ่งทำให้ผู้อื่นจำเป็นต้องได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อ ทนายความ หรือกระทั่งกรรมการฟุตบอล คนเหล่านี้ทำงานของพวกเขาไปตามหน้าที่ซึ่งกำหนด และเพราะมันเป็นหน้าที่ซึ่งได้รับการยอมรับในสังคม จึงไม่จำเป็นที่จะต้องรู้สึกผิดอะไรไปกับผู้คนที่จะได้รับผลกระทบจากหน้าที่นั้น ไม่จนกว่ามันจะเกิดขึ้นมากับตัวเอง และนั่น การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นจึงจะได้รับการทบทวนอย่างจริงจังเสียทีราวกับตลกร้ายที่เรมี่คงหัวเราะไม่ออก เมื่ออุบัติเหตุครั้งหนึ่งทำให้สถานภาพจากผู้ไล่ล่ากลายเป็นผู้ถูกไล่ล่าแทน และผู้ที่ไล่ล่าเขานั้นมาจากเพื่อนร่วมอาชีพของเขาเองด้วยซ้ำ เมื่อถึงคราวที่เรมี่ต้องกลายเป็นผู้แบกรับหนี้สิน ความสนุกสนานอย่างเลือดเย็นในงานของเขาที่เคยทำสลายหายไปสิ้น นี่คือช่วงตลกร้ายที่หัวเราะไม่ออกเพียงเศษเสี้ยวเดียวในหนังเรื่องนี้เท่านั้น ส่วนที่เหลือของภาพยนตร์ยังมีอะไรยิ่งกว่านั้นอีกมาก
Repo Men ผสมผสานด้วยแนวภาพยนตร์ที่หลากหลาย ทั้งความเป็นหนังไซ-ไฟ เรื่องราวของเทคโนโลยีและบรรยากาศแห่งโลกอนาคต ความเป็นหนังเขย่าขวัญจากฉากอันน่ากระอักกระอ่วนมากมาย และบทแอ็คชั่นซึ่งน่าตื่นเต้น พรั่นพรึงและชวนติดตาม ทั้งหมดนั้นหล่อหลอมได้อย่างลงตัวภายในเนื้อเรื่องซึ่งมีสาระอันน่าสนใจ จนกลายเป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่น่าจดจำ
บทสรุปของ Repo Men คือส่วนที่เมื่อคลี่คลายออกมาแล้วทำให้เกิดความรู้สึกที่น่าตกใจที่สุดของเรื่อง ความรู้สึกซึ่งยากจะบรรยาย เป็นการหักมุมที่น่าสะเทือนใจและกระชากอารมณ์อย่างยิ่ง แม้ว่าจะไม่ได้เป็นภาพยนตร์ที่มีฉากจบหักมุมที่ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่ของภาพยนตร์ ทว่าฉากจบของ Repo Men ก็ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมมากและถึงจะไม่ใช่รูปแบบใหม่อะไร แต่ก็ทำให้รู้สึกคาดไม่ถึงกับสิ่งที่ปรากฏออกมาอยู่ดี
สิ่งที่สะท้อนออกมาจากภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะมิได้เป็นเรื่องซึ่งเกิดขึ้นจริง อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในปัจจุบันนี้ แต่ประเด็นเหล่านั้นก็เป็นสิ่งซึ่งไม่ต่างจากความจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ผู้คนในทุกวันนี้ซึ่งตกเป็นทาสของเทคโนโลยี หลายคนยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสิ่งของที่ล้ำยุคเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะในแง่ของการใช้งานจริงๆ หรือในแง่ของการที่เป็นเครื่องมือสำหรับเชิดหน้าชูตาในสังคม เทคโนโลยีใหม่ๆล้วนมีราคาแพง มันถูกซื้อมาเพื่อที่ไม่กี่วันราคามันจะถูกลงกว่าวันแรกที่ขาย และอีกไม่กี่วันต่อมามันก็กลายเป็นของล้าสมัยที่ถูกทิ้ง ถึงอย่างนั้นผู้คนยังพยายามที่จะซื้อหา หรือแม้แต่การผ่อนชำระซึ่งเป็นทางออกของคนส่วนใหญ่ เมื่อรู้ตัวอีกทีหนี้สินได้พอกพูนทวีจนราวกับตายทั้งเป็น หลายคนที่ฆ่าตัวตายเพราะสาเหตุนี้มีอยู่มากมายทั่วโลก ในภาพยนตร์ ผู้คนจ่ายเงินให้กับเทคโนโลยีอย่างอวัยวะเทียมเพื่อที่จะมีชีวิตต่อไป แต่ความจริงภายนอกภาพยนตร์นั้นกลับยิ่งแย่กว่า ผู้คนล้วนเป็นหนี้ให้กับเทคโนโลยีที่ไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ หรือน่าสมเพชกว่านั้นคือ บางคนซื้อมาเพียงความต้องการเป็นที่ยอมรับในสังคม โดยแท้จริงกลับใช้แทบไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ.
| < Prev | Next > |
|---|



