Home Art and Culture ไปดูหนัง
ThaiTime_ADThaiTime_ADThaiTime_AD

 


Monday, 31 May 2010 04:51



The Lovely Bones


อยู่เพื่อความสุขในชีวิตที่ยังมี

ระหว่างที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ดำเนินเรื่องอย่างบีบคั้นอารมณ์ หลายต่อหลายคนคงมีความรู้สึกอย่างเดียวกัน นั่นคือความรู้สึกที่พยายามเอาใจช่วยตัวละครในเรื่องให้สะสางความแค้นที่มีต่อคนร้ายกาจได้สำเร็จ ราวกับว่าความแค้นนั้นคือเรื่องที่เป็นจริงเป็นจัง เป็นความแค้นของตัวเราเอง และหากมันได้ชำระสะสาง ความสาแก่ใจที่ได้สนองตอบกับตัวเราจะทำให้เรารู้สึกพอใจได้ในที่สุด

ไม่เพียงแต่หลายต่อหลายคนที่กล่าวมา ผมเองก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกันนั้น แม้แต่ ปีเตอร์ แจ็คสัน ซึ่งเป็นผู้กำกับ หรือ อลิซ เซโบลด์ เจ้าของบทประพันธ์ดั้งเดิมของ The Lovely Bones ผมเชื่อว่าพวกเขาเหล่านั้นก็คงมีความรู้สึกที่ไม่แตกต่างออกไปจากนี้สักเท่าไหร่นัก ไม่เช่นนั้นบทสรุปของเรื่องก็จะไม่เป็นดังที่ปรากฏออกมา และถ้าพูดให้ดูดี บทความนี้ควรจะออกมามีลักษณะที่พยายามสื่อให้เห็นว่า เราควรที่จะละวางความแค้น และอภัยให้กับผู้ที่ก่อกรรมทำเข็ญ เพื่อที่ว่าบทความนี้จะเป็นอีกหนึ่งบทความที่สร้างสรรค์และไม่ขวางโลกตามครรลองความนึกคิดของผู้คนที่เห็นว่า แบบนี้ถึงจะเรียกว่าความดี ทว่าผมไม่อาจปฏิเสธว่า ‘การแก้แค้น’ เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เยียวยาความแค้นของมนุษย์ได้ ถ้าเป็นผู้ที่บรรลุธรรม สามารถปล่อยวางเรื่องต่างๆได้ ท่านเหล่านั้นคงไม่มีปัญหาอะไรกับความแค้นหรือการแก้แค้น แต่สำหรับปุถุชน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่บนโลก การแกล้งทำเป็นไม่รับรู้กับความเดือดดาลของตน เป็นเรื่องที่เสแสร้งได้ชั่วประเดี๋ยว ภายในใจที่คุโชนด้วยเพลิง น้ำสักเท่าไหร่ก็ไม่อาจดับได้ ดังนั้นผมขอยืนยันว่า ความแค้น ย่อมต้องรับมือด้วย การแก้แค้น เท่านั้น

 

Monday, 31 May 2010 04:42



The Boy in the Striped Pajamas


รั้วที่ลวงตา


ความพยายามในการสถาปนาอณาจักรไรส์ที่ 3 โดยพรรคนาซี และการกำจัดมนุษย์เชื้อสายที่แตกต่างอย่างชาวยิวให้หมดไปจากโลก ไม่ว่าอะไรก็ตามซึ่งเป็นเหตุผลให้ชาวยิวกลายเป็นที่เกลียดชังในเยอรมันขณะนั้น สิ่งที่นาซีเยอรมันทำลงไปทั้งหมดได้กลายเป็นที่เกลียดชังจากคนทั่วโลกไปเรียบร้อยแล้วจนถึงทุกวันนี้

เรื่องราวโศกนาฏกรรมสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เหตุการณ์ในเยอรมันกับสิ่งที่เกิดขึ้นยังเป็นสิ่งสะท้อนด้านมืดของมนุษย์ และเป็นเครื่องย้ำเตือนให้เห็นถึงภาพความทารุณได้เป็นอย่างดี บทเรียนซึ่งสอนให้มนุษย์ได้เรียนรู้ว่าการสังหาร ห้ำหั่นกันและกัน สงครามการสู้รบซึ่งเสียเลือดเนื้อ เป็นสิ่งที่ควรป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง และภาพยนตร์อย่าง The Boy in the Striped Pyjamas ก็คือหนังอีกเรื่องในบรรดาหลายๆเรื่องที่ถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าสะเทือนใจจากเหตุการณ์ซึ่งชาวยิวจำนวนมากถูกสังหารอย่างโหดร้ายในเยอรมัน และแม้มันจะเป็นการเล่าที่เหมือนกับว่าได้ฟังมานับร้อยนับพันครั้ง ทว่ารอยอัปยศดังกล่าวก็ยังคงมีคุณค่าพอที่จะถูกเล่าย้ำซ้ำๆต่อไป เพื่อที่มนุษยชาติจะได้ระลึกถึงบทเรียนเรื่องนี้ไว้ให้ขึ้นใจเสมอ

Monday, 31 May 2010 04:34



Defendor

ถูกต้องเสียยิ่งกว่าคนปกติ

ตัวเอกของภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อว่า ‘Defendor’ ซึ่งอ่านว่า ‘ดี-เฟน-ดอร์’ และอย่าแม้แต่จะอ่านผิดเป็น ‘ดี-เฟน-เดอร์’ เด็ดขาด เพราะนั่นมันเป็นสิ่งที่ทำร้ายหัวใจของซูเปอร์ฮีโร่ในเรื่องนี้อย่างปวดร้าวสาหัส แน่นอนว่านอกจากเรื่องซีเรียสเล็กๆน้อยๆอย่างชื่อเรียกที่คุณแม่ขอร้องว่าอย่ากรุณาสะกดผิด ในพฤติกรรมอื่นๆของดีเฟนดอร์ก็ไม่มีอะไรที่จะเรียกว่าต่างออกไปจากซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของอุดมการณ์ที่รักความยุติธรรม ต่อสู้กับเหล่าวายร้าย ผดุงคุณธรรม ปกป้องคนอ่อนแอ หรือแม้แต่ยูนิฟอร์มที่ลึกลับเหมือนฮีโร่คนอื่นๆ ดีเฟนดอร์ล้วนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎของสมาพันธ์ซูเปอร์ฮีโร่นานาชาติ แต่ผมก็ไม่ทราบอย่างจริงใจว่าเหตุอันใด ผู้คนจึงไม่มองว่าเขาเป็นซูเปอร์ฮีโร่เหมือน สไปเดอร์-แมน ซูเปอร์แมน หรือแม้แต่พวกขบวนการเรนเจอร์มากมายเหล่านั้น

Friday, 14 May 2010 15:45



An Education

หลักสูตรนอกห้องเรียน

คงเป็นเรื่องที่ใครๆย่อมต้องเคยประสบพบเจอกันแทบทุกคน สำหรับบทเรียนในช่วงชีวิต ซึ่งมิได้เกิดขึ้นจากการศึกษาภายในห้องหรือรั้วโรงเรียนอันจำกัด อุบัติเหตุของชีวิตซึ่งต่างคนต่างเจอกันหลากหลายรูปแบบ ต่างกรรมต่างวาระ บทเรียนจากการมั่วสุมเกเร บทเรียนจากการอยากรู้อยากลอง หรือแม้แต่บทเรียนจากความรัก แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวใดๆ นั่นก็เป็นสิ่งที่บางทีไม่อาจหาเรียนได้จากในตำรา เป็นเรื่องที่ต้องประสบด้วยตนเอง ในโลกภายนอกรั้วโรงเรียน ชีวิตจริงอีกรูปแบบ บ้างอาจเจอประสบการณ์ที่ดี และบ้างก็ไม่ บางคนอาจโชคร้ายกับบทเรียนชีวิตจนถึงขั้นชีวิตพังพินาศ ก็เป็นสิ่งที่มีให้เห็นอยู่เนืองๆ

สิ่งหนึ่งซึ่งจนถึงทุกวันนี้สามารถที่จะบอกได้เลยว่าเป็นสัจธรรมโดยแท้ก็คือ คำพูดของพ่อ แม่ ครู อาจารย์ ประเภทที่ว่า ‘คอยดูเถอะ สักวันจะต้องคิดถึงคำพูดของฉัน’ หรือ ‘อะไรที่ไม่ดี อย่าไปริลองนะ’ กับบางคนอาจจะหยิ่งผยองว่าสมัยเด็กๆ เคยชั่วโฉดมาชนิดเลิศภพจบแดน กระทั่งโตมาก็ยังอุตส่าห์ได้ดิบได้ดี คนเหล่านั้นอาจบังเอิญเข้าใจสับสนว่า สิ่งที่พ่อ แม่ ครู อาจารย์ กล่าวไว้ปากเปียกปากแฉะนั้น เห็นจะเป็นจริงไม่ เพราะสุดท้ายตนก็ยังได้ดี มีกิจการธุรกิจใหญ่โต การเข้าใจแบบนั้นที่จริงค่อนข้างเป็นคนละเรื่องเดียวกันโดยสิ้นเชิง เพราะว่าการลองอะไรที่ไม่ดี หรือทำอะไรที่เขาเตือนแล้วแต่ไม่ฟัง บทสรุปย่อมจะเกิดผลที่เป็นปัญหาขึ้นแน่แท้ เพียงแต่มันจะส่งผลกับชีวิตมากน้อยเพียงไร นั่นก็เป็นอีกเรื่อง และการที่คนเราจะได้ดิบได้ดี ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ปัจจัยที่มนุษย์คนหนึ่งในการจะได้ดีอยู่ที่ ความสามารถพิเศษ โอกาส แต่ก็มีส่วนใหญ่ที่ได้ดีเพราะต้นทุนทางครอบครัว แม้ว่าจะผ่านคุกตาราง มีประวัติด่างพร้อย แต่ถ้ามีเงินพอ โลกนี้ก็มีสถานที่มากมายให้ชุบตัวกับคนแบบนั้น

<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 7 Next > End >>
Page 3 of 7