GANDHI
นักรบโบราณซึ่งพยายามรวมชาติรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น ถูกจารึกชื่อไว้มากมายบนประวัติศาสตร์ของโลก เจงกิสข่าน ผู้รวมแผ่นดินมองโกล จิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้รวมประเทศจีน อเล็กซานเดอร์มหาราช ผู้รวมกรีก
เอลซิด ผู้รวมสเปน ไซมอน โบลิวาร์ วีรบุรุษผู้รวมละตินอเมริกา พระเจ้าตากสินมหาราช ผู้กอบกู้ชาติไทย ฯลฯ บุคลเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่แม้แต่นักเรียนประถมยังรู้จักกันดี หากครูสังคมไม่ได้ละเลยที่จะสอน และแน่นอนทุกคนรู้ดีว่า กว่าที่บุคคลเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จไปถึงฝั่งฝัน ย่อมแลกมาด้วยเลือดเนื้อนับไม่ถ้วนท่ามกลางสมรภูมิ และสงครามครั้งแล้วครั้งเล่า
ทว่าโลกใบนี้ได้สอนให้เรายังรู้จักกับอีกแนวทางในการต่อสู้ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการหยิบดาบหรือศาสตราวุธใดๆขึ้นมารบพุ่งห้ำหั่นกัน การต่อสู้ที่ไม่ต้องฆ่าศัตรูอีกฝ่ายเพื่อไปสู่เส้นชัย หากแต่เป็นการต่อสู้ที่ไม่ต้องลงทุนทำอะไร แต่เกิดผลต่ออีกฝ่ายเสมือนว่าได้ลงมือทำอะไรลงไปอย่างมาก วิธีต่อต้านอย่างสงบราบคาบ การใช้ความยุติธรรมชี้ให้เห็นควาอยุติธรรมเป็นเครื่องมือสร้างแรงกดดันและปลุกจิตสำนึกอันดีงามของมนุษย์ขึ้นมา
CHE PART II : GUERRILLA
ก่อนวันที่ 1 มกราคม ของปี 1959 ย้อนกลับไปช่วงกลางศตวรรษที่ 19 หรือซึ่งก็คือ ปี ค.ศ. 1821 ชายคนหนึ่งได้ถูกยกย่องให้เป็นวีรบุรุษแห่งดินแดนละตินอเมริกา ในปีนั้นเป็นปีที่เวเนซุเอลาได้ทำการประกาศอิสรภาพจากการถูกปกครองโดยประเทศสเปน จากนั้นวีรบุรุษผู้นี้ก็ได้นำเวเนซุเอลาเข้าผนวกกับนิว กรานาดา และตั้งขึ้นเป็นสาธารณรัฐโคลัมเบีย ซึ่งวีรบุรุษผู้นี้ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่นั่น

นักรบแห่งอาร์เจนติน่า
CHE PART ONE : THE ARGENTINE
หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกยังคงต้องเผชิญกับสงครามที่เรียกว่า ‘สงครามเย็น’ สงครามซึ่งก่อเค้าเงาร่างมาตั้งแต่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของมวลชนหากจะว่าไปแล้วความคิดอันเป็นรากก่อนจะหยั่งลึกจนกลายมาเป็นแนวทางแห่งสังคมนิยม ต้องเริ่มกันตั้งแต่ยุคสมัยเรเนอซองส์ ศตวรรษที่ 14 – 17 การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ การให้ความสนอกสนใจและวิจัยในองค์ความรู้ต่างๆอย่างกว้างขวาง เรื่อยมาจนถึงการปฏิวัติฝรั่งเศส ปี 1789-1799 เพื่อคืนอำนาจสู่งปวงชน ความคิดความอ่านของผู้คนนับวันยิ่งเจริญเติบโต มาจนถึงการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปลายศตวรรษที่ 18 และต้นศตวรรษที่ 19

ความลับไม่มีในโลก
ริชาร์ด นิกสัน ประธานาธิบดีคนที่ 37 ของสหรัฐอเมริกา...
ความนิยมในตัวนิกสันมีมากเพียงใดนั้น สามารถพิจารณาได้จากการที่เขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีถึงสองสมัย ซึ่งความนิยมนั้น ในเวลาต่อมาก็ต้องลดลงไปจากสาเหตุเกี่ยวกับคดีความซึ่งนิกสันได้เข้าไปมีส่วนพัวพัน
นิกสันเป็นประธานาธิบดีในช่วงสงครามเย็น นโยบายของเขามีอยู่มากมาย ซึ่งนักศึกษาประวัติศาสตร์ย่อมรู้จักดี อาทิเช่น นโยบายการใช้สันติภาพนำหน้า (Peace with Honor) อย่าง Nixon’s Doctrine ซึ่งเป็นความพยายามในการที่จะถอนกำลังทหารอเมริกันออกจากประเทศต่างๆ และในขณะที่กลุ่มประชาชนนักศึกษากำลังพี้กัญชาและแต่งตัวเป็นชาวบุปผาชนอยู่ในขบวนประท้วงเรื่องการนำกำลังทหารอเมริกันเข้าไปในเวียดนาม ประธานาธิบดีนิกสันเองเลยทีเดียวที่เป็นผู้ถอนกำลังทหารออกจากเวียดนาม และนั่นก็ได้ช่วยให้อัตราการตายของทหารอเมริกันที่เข้าไปรบในเวียดนามลดลง
ALL THE KING’s MEN
ประชานิยม (Populism) หากจะแปลความหมายเอาแบบนำคำสองคำมาตีความคือ ‘ประชา’ และ ‘นิยม’ ความหมายก็จะได้ประมาณว่า ‘การทำสิ่งใดๆให้เป็นที่นิยมของประชาชน’ ซึ่งก็ใกล้เคียงกับความหมายจริงๆ แต่ถ้าจะอธิบายอย่างมีหลักมีการหน่อยต้องบอกว่า หลายคนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Suffix ของ “ism” อยู่ อย่างเช่นที่มักจะได้ยินกันบ่อยๆเมื่อกล่าวถึงสังคมสมัยนี้ ก็จะว่าเป็นสังคมประเภท ‘ลัทธิบริโภคนิยม’ ซึ่งความหมายที่แท้จริงก็ไม่ได้หมายถึงการนิยมบริโภคแต่อย่างใด
Suffix “ism” นั้น เป็นการต่อท้ายเพื่อบ่งบอกและชี้ให้เห็นสถานะความเป็นไปของสังคมในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ความเชื่อ ศาสนา ทฤษฎี โดยรากศัพท์เดิมนั้นมาจากภาษากรีกโบราณ ‘ismos’ ภาษาละติน ‘ismus’ ภาษาฝรั่งเศสโบราณ ‘isme’ ใน Suffix ‘ism’ จะหมายถึงรูปแบบหรือแนวทางของภววิสัยทาง ความ เชื่อ ศาสนา ทฤษฎี ซึ่งเป็นความเชื่อที่มีการกำหนดแนวทางตามแนวคิดทฤษฎีของกลุ่มคนต่างๆในสังคม





